รายการ เนวิเกเตอร์ ออกอากาศทุกวันนักขัตฤกษ์ ทางช่อง 3 เวลาประมาณ 9.30 น. เป็นต้นไป

ผลิตโดย : บริษัท สบายดีคลับ สตูดิโอ จำกัด

87 รามคำแหง 12, ถนนรามคำแหง, แขวงหัวหมาก, เขตบางกะปิ, กรุงเทพฯ 10240

Excutive Producer : ตั้น –พิเชษฐ์ไชย ผลดี
พิธีกร ดำเนินรายการ : ติ๊ก- เจษฎาภรณ์ ผลดี

 

รายการ เนวิเกเตอร์รายการ เนวิเกเตอร์ เป็นรายการ นำเสนอ การท่องเที่ยวแบบผจญภัย ที่ติ๊กและทีมงานจะพาทุกคนไปผจญภัยบุกป่า ฟ่าดงสัมผัสในที่ต่าง ๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในประเทศไทย การผจญภัยแบบตั้งแค้ม เดินเท้าเข้าไปพบกับความสวยงาม ในที่ ที่คุณไม่เคยเห็นไม่เคยพบว่า ยังมีสถานที่สวยงามมีอยู่ในประเทศไทย สถานที่ที่สำคัญ และความหมาย ของแต่ละสถานที่ ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาไว้ให้เหมือนเดิม ไม่ไปทำลายเค้า สนุก ตื่นเต้น ได้สาระและความรู้ การเดินเท้าเข้าไปผจญภัย แม้จะเหนี่อยกาย แต่ก็สุขใจ มีความสุข กับธรรมชาติ และได้ความอิ่มเอมใจ ในจุดหมายปลายทางที่พิซิต ชาว Navigator จะได้ดื่มด่ำกับ ความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ป่าไม้ที่สวยงาม สัตว์ป่า ภูผา ถ้ำหินงอกหินย้อย ทะเลปะการัง สัตว์ทะเลต่าง ๆ แม่น้ำลำธาร ดอกไม้ป่า ทุ่งหญ้า ฯลฯ ความงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้ ผู้คน วิถีชีวิตของชาวท้องถิ่น ความน้ำใจ ความเป็นมิตร กับผู้มาเยือนต่างถิ่น ได้รับความอิ่มใจ ความสุขใจ รับอากาศที่บริสุทธิ์ รอเวลาที่ให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชม ความประทับใจ เป็นประสบการณ์ที่มิมีวันลืมเลือน ก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทางของการพิซิต จะพาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่ละสถานที่ก่อน************ เดินตามรอยทางของเรา เดินตามรอยทางของเนวิเกเตอร์*********


ตั้น-ติ๊ก สองพี่น้องที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติในเมืองไทย “ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวครับ ไปทุกที่ทีมีธรรมชาติ การท่องเที่ยวคือทุกอย่างที่รวมกัน” นี่คือคำบอกกล่าวของ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” พระเอกสุดหล่อที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าการท่องเที่ยวจะซึมเข้าไปในสายเลือดของหนุ่มติ๊กไปเสียแล้ว ถึงขนาดตอนนี้มีรายการท่องเที่ยวที่เขาและน้องชาย “ตั้น พิเชษฐ์ไชย ผลดี” ร่วมกันทำ นั่นคือรายการ “เนวิเกเตอร์” (Navigator) ซึ่งออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางช่อง 3 ติ๊กให้เหตุผลถึงการท่องเที่ยวของเขาว่า “เพราะการท่องเที่ยวจะให้ประสบการณ์กับเรา มีระเบียบ มีวินัย ให้รู้จักรักธรรมชาติ รู้จักอดทนและหวงแหน ผมชอบเที่ยวทุกรูปแบบ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ชอบทุกที่ไม่ว่าทะเล ภูเขา ป่า หรือตามถ้ำต่างๆ แต่ที่ประทับใจมากเป็นพิเศษคือ ‘แม่ฮ่องสอน’ ภาคเหนือของเรานี่เอง อาจมีการวางแผนล่วงหน้าบ้าง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม”‘ห้วยน้ำดัง’ หนึ่งในที่สุดประทับใจของหนุ่มติ๊ก

ติ๊กให้เหตุผลถึงการท่องเที่ยวของเขาว่า “เพราะการท่องเที่ยวจะให้ประสบการณ์กับเรา มีระเบียบ มีวินัย ให้รู้จักรักธรรมชาติ รู้จักอดทนและหวงแหน ผมชอบเที่ยวทุกรูปแบบ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ชอบทุกที่ไม่ว่าทะเล ภูเขา ป่า หรือตามถ้ำต่างๆ แต่ที่ประทับใจมากเป็นพิเศษคือ ‘แม่ฮ่องสอน’ ภาคเหนือของเรานี่เอง อาจมีการวางแผนล่วงหน้าบ้าง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม” “การเที่ยวธรรมชาติอย่างมีรสชาติจะต้องไปตั้งแคมป์มากกว่าพักในที่สะดวกสบาย ที่แม่ฮ่องสอน ผมแวะจุดแรกด้วยการกางเต็นท์นอนที่ ‘ห้วยน้ำดัง’ คือที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยมาก สวยอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพราะ ‘ทะเลหมอก’ จะรายล้อมรอบตัวเรา ที่สำคัญอากาศที่นี่ดีมาก เย็นสบาย ทำให้เราปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างและเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติ” ถ้ำลอด” สวยงามและตื่นเต้น เป็นอีกที่ที่ติ๊กประทับใจ

นอกเหนือจากทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดังแล้ว หนุ่มติ๊กยังมีที่เที่ยวประทับใจซึ่งหลายคนก็คงเคยมีที่ประทับใจกับสถานที่นี้เช่นกัน นั่นก็คือ “ถ้ำลอด” ซึ่งอยู่ที่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นถ้ำหนึ่งที่ทั้งสวยงามและให้ความรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ “ที่ถ้ำลอด จะมีลำธารไหลผ่านอยู่ใต้ถ้ำ ซึ่งจะมีปลาอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วผมก็ได้ลอดเข้าไปดูหินงอกหินย้อยในถ้ำ ซึ่งข้างในจะมืดมาก จนต้องใช้ตะเกียงให้แสงสว่าง แล้วเวลาที่ไกด์ซึ่งก็คือชาวบ้านในแถบนั้น เขาก็จะเล่าเรื่องในถ้ำไปด้วยส่องตะเกียงให้เกิดแสงระยิบระยับ สวยงามมากครับ ผมเดินต่อไปจนถึงที่เขาเรียกว่าห้องที่ 3 ในช่วงใกล้ค่ำ จะเห็นฝูงนกนางแอ่นพร้อมใจกันจัดระเบียบบินเข้ารังเต็มไปหมด หลังจากนั้นฝูงค้างคาวก็จะบินออกหากินแทนที่นกนางแอ่น มันเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจ ทำให้ผมมีความสุขกับการมาเที่ยวที่นี่”

ส่วนน้องชาย “ตั้น” พิเชษไชย ผลดี จะมีมุมมองการท่องเที่ยวเหมือนกันกับหนุ่มติ๊กหรือไม่อย่างไร ต้องไปคุยกับเขาเสียหน่อย “ผมมีโอกาสได้เที่ยวในเมืองไทย เรียกว่าระดับประมาณหนึ่ง คือเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียนก็จะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในที่ใกล้ๆ คือพัทยา แล้วค่อยขยับออกไปเรื่อย ๆอย่างเกาะเสม็ด และอีกหลายที่ พอไปแล้วก็ประทับใจเกือบจะทุกๆ ที่” ดูเหมือนว่า ตั้น ผู้เป็นน้องชายจะชอบทะเล ไม่เหมือนพี่ชายที่ชอบภูเขา เพราะสถานที่เที่ยวสุดประทับใจของตั้นก็คือ “ที่ประทับใจมากก็คือที่ หมู่เกาะตะรุเตา เพราะว่าน้ำทะเลใสมาก ใต้น้ำก็สวย ตอนที่ดำน้ำลงไปก็จะเห็นปะการังที่สวยมาก แล้วจะมีอีกหลายเกาะที่อยู่ล้อมรอบ ซึ่งสวยๆ ทั้งนั้น ผมไปตะรุเตา 2-3 ครั้ง ซึ่งการไปแต่ละครั้งก็จะไปกับเพื่อนที่ไม่ซ้ำกลุ่มเดิม ซึ่งทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวแต่ละครั้งสนุกและประทับใจแตกต่างกันด้วย”

ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ที่เกาะไข่ หนึ่งในเกาะซึ่งอยู่ในเขตอุทยานฯตะรุเตา

สำหรับรายการเนวิเกเตอร์ที่สองหนุ่มติ๊ก-ตั้น ดูแลอยู่นั้น ก็เป็นโอกาสให้ทั้งสองหนุ่มได้ไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ ซึ่งตั้นบอกว่า ทำให้เขาได้ “ประสบการณ์ชีวิต” เพิ่มขึ้น

“ผมได้เรียนรู้วัฒนธรรม การดำเนินชีวิตของชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ที่ไป เพราะประเทศไทยเรามีหลายภาค ซึ่งแต่ละภาคก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป อย่างล่าสุดที่ผมไปก็คือ ที่ ผาชนะได จ. อุบลราชธานี

ก็จะเห็นว่าชาวบ้านเขามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีอัธยาศัยที่ดี เป็นกันเอง” “อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ดูแลสิ่งแวดล้อม และอยากให้เที่ยวในเมืองไทย เงินทองจะได้ไม่รั่วไหล และสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยก็มีอยู่มาก ยังมีอีกหลายที่ให้น่าค้นหา แต่ละที่ที่ไปก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ เราอยู่ในเมืองไทยเหมือนกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราควรภูมิใจและหวงแหนในสิ่งที่เรามีอยู่ครับ” หนุ่มตั้นฝากทิ้งท้าย ส่วนติ๊กผู้เป็นพี่ชาย บอกว่า “แต่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ขอให้มีธรรมชาติและความสงบ ผมจะดั้นด้นไปให้ถึงทุกที่ เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นการสร้างความสดชื่นให้กับตัวเอง และเมื่อเรามีความสุขกับการท่องเที่ยวแล้ว ก็อย่าไปทำลายธรรมชาติที่สวยงามนั้นๆ เลย เราไม่ต้องรักษาธรรมชาติเหล่านั้นหรอกครับ ‘เพราะธรรมชาติได้รักษาตัวของมันเองอยู่แล้ว’“กฎต้องเป็นกฎ ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน แล้วธรรมชาติก็จะอยู่กับเราไปอีกนานครับ”


ติ๊กให้สัมภาษณ์ การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่องค์กรยูเนสโกแต่งตั้งให้เป็นผืนป่ามรดกโลกอีกแห่งในไทย นอกเหนือจาก ห้วยขาแข้ง ว่า “ การได้ทำรายการนี้ สิ่งที่ดูคล่องมากขึ้นคือเราเดินได้ทนขึ้น แบกน้ำหนักของได้มากขึ้น เรียกว่าได้อึดขึ้น” ติ๊กหัวเราะเมื่อเกริ่นถึงการทำรายการ เนวิเกเตอร์ ตั้น สมทบว่า “อย่างไปทริปน้ำตกวังเหว เราเดินป่าเดินเท้าอยู่ 3 วัน 2 คืน สรุปทริปนี้ใช้เวลาเดินทางและถ่ายทำ 4 วัน 3 คืน แต่จริง ๆ เราทำงานมากกว่านั้น ทั้งเซอร์เวย์โลเกชั่น ขออนุญาตสถานที่ กลับมาวางแผนประชุม ฯลฯ รวมเวลาทั้งหมดร่วมครึ่งค่อนเดือน”

***เห็นอย่างนี้แล้ว เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่หันมาแบกเป้เข้าป่าสัมผัสธรรมชาติอย่างหนุ่มเนวิเกเตอร์ 2 คนนี้***


รายการออกอากาศอื่นๆ